คนไม่มีเวลา
ผมชอบเขียนหนังสือ
แต่ทุกวันนี้ ผมไม่มีแรงเขียนหนังสือ
ผมชอบดูภาพยนตร์
แต่ทุกวันนี้ ผมเผลอหลับทุกครั้งที่เข้าโรงหนัง
ผมชอบฟังเพลง
แต่ทุกวันนี้ การฟังเพลงคือการรบกวนสมาธิการทำงานของผม
ยังมีหนังสืออีกหลายเล่ม บนชั้นวางหนังสือที่หน้าปกยังใหม่เอี่ยม ไม่ได้ถูกเปิดอ่าน
รวมถึงหนังน่าดูอีกหลายเรื่อง ที่ทยอยเข้าและออกจากโรง ราวกับการขึ้นและตกของพระอาทิตย์ทุกๆ วัน โดยที่ผมได้แต่ปล่อยให้มันผ่านไป
ยังมี DVD อีกหลายเรื่องที่ยังคงถูกซองพลาสติกห่อหุ้ม และวางเบียดกันอยู่ในตู้ที่บ้าน
ทุกวันนี้ผมเดินทางตลอดเวลา
ชีวิตผมวนเวียนอยู่กับการ โกยกางเกงในตัวเก่าออกจากกระเป๋า โยนลงตระกร้า แล้วใส่กางเกงในตัวใหม่ลงในกระเป๋าเดินทาง
ก่อนที่จะปิดประตูปึ้ง! ออกจากบ้านไป
ซ้ำซ้ำ ซ้ำซ้ำ ซ้ำซ้ำ
ผมไม่เคยเดินทางเยอะแยะมากมายอย่างนี้มาก่อน
ผมไม่เคยเดินทางไปสถานที่ไกลๆ อย่างนี้มาก่อน
ผมไม่เคยคุยกับคนแปลหน้าที่ไม่รู้จัก อย่างนี้มาก่อน
จนกระทั่งได้มาทำงานที่นี่
“และที่นี่ทำให้ผมรักการเดินทาง”
ที่นี่ทำให้ผมรักการพูดคุยกับคนแปลกหน้า
ชาวบ้าน เกษตรกร คนแก่ เด็ก คนขับรถบรรทุก คนขับแท็กซี่ คนเมา
ฯลฯ
งานที่นี่เอาเวลาจากชีวิตผมไปมากมาย
ในขณะเดียวกันก็เพิ่มเติมอะไรหลายอย่างเข้ามาในชีวิตจนแน่นเอี้ยด
แต่จะแน่น จะเยอะอย่างไร…สำหรับวันนี้มันก็ยังไม่เต็มอิ่ม
ผมยังคงลืมตาตื่นขึ้นมาทุกวันด้วยความรู้สึกท้าทายกับงานที่รออยู่
แม้ว่าจะขี้เกียจ แม้ว่าจะยังอยากนอนต่อ แต่ก็ไม่เคยท้อที่จะต้องตื่น…
—————————————
ทุกวันนี้ผมทำงานอย่างหนัก
ผมบอกทุกคนว่างานเยอะ (มาก)
แต่ผมไม่เคยพูดคำว่า “เหนื่อย”
เพราะ ความเหนื่อย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลา หรืแรงกายที่เสียไปให้กับงาน เสมอไป
ผมเคยทำงานที่เบากว่านี้ สบายกว่านี้หลายเท่า แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึก
เหนื่อย และ หน่าย
เหนื่อยกาย หลับตา กรนดังๆ ให้น้ำลายเลอะปลอกหมอนซัก 1 คืน
ตื่นขึ้นมาก็หายเหนื่อย
แต่เหนื่อยใจ กับงานที่เราไม่ได้มีความสุข ไม่ได้สนุก ไม่ได้ท้าทายต่อชีวิตเรา
ต่อให้นอนพักผ่อนเยอะเพียงใด ก็ไม่อยากลุกขึ้นจากเตียงมาทำงาน…
เห็นด้วยไหมครับ?
————————————————————-
เคยมีรุ่นพี่หลายคนให้ข้อคิดกับผมว่า อย่าอ้างว่า “ไม่มีเวลา”
หากเรา ‘รัก’ ที่จะทำอะไรแล้ว เราจะหาเวลามาให้มันเอง…
ผมพยายามทำความเข้าใจกับประโยคนี้ แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวที่จะเข้าใจมัน
ผมทำงานจนไม่มีเวลาให้กับคนรัก และยอมสละเธอไป
แปลว่าผมไม่รักเธอหรือ?
ผมทำงานจนไม่มีเวลากลับมาเจอหน้าครอบครัว
แปลว่าผมไม่รักพวกเขาหรือ?
ผมทำงานจนไม่มีเวลาไปเดินเที่ยว สังสรรค์ เตะบอลกับเพื่อนๆ
แปลว่าผมไม่รักพวกมันหรือ?
ผมทำงานจนจนไม่มีเวลาเขียนหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ละครเวที คอนเสิร์ต
แปลว่าผมไม่รักที่จะเสพงานศิลปะพวกนี้ต่อไปอีกแล้วหรือ?
ผมทำงานจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง
แปลว่าผมไม่รักตัวเองหรือ?
หรือความรักของผม มันยังมากไม่เพียงพอ???
และทำให้ผมยังต้องยืนยันคำเดิมว่า
“ผมไม่มีเวลาจริงๆ”
ผมไม่วิงวอนให้งานน้อยลง
ผมรักในงานหลักของผม และผมชอบที่จะทำงานหนัก
ผมไม่วิงวอนให้มีเวลาเพิ่มมากกว่า 24 ชั่วโมงในแต่วัน
เพราะมันคงเป็นไปไม่ได้ และถ้าเป็นไปได้ ผมก็คงเอาชั่วโมงที่ 25 ไปทำงานอยู่ดี
แต่ผมอยากวิงวอนขอ แรง เพิ่มได้ไหม
ผมอยากมีแรงมากกว่านี้ สำหรับการเขียนหนังสือที่ผมรัก
อยากมีแรง มีสมาธิ ในการดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ โดยที่ไม่ต้องอ่อนเพลีย ง่วงหงอย และเผลอหลับไปเสียก่อน
อยากมีแรงทำอะไรหลายๆ อย่างให้มากกว่านี้
ให้อยู่ในระดับมาตรฐานที่ผมทำได้ ไม่ต้องดีขึ้น แต่ขอให้ไม่แย่ลงไปกว่าเดิม
หรือ
ผมอาจจะโลภ กับการทำงานมากเกินไป?
นี่ขนาดไม่มีแรงพิมพ์นะ : )
ชอบความคิดของพี่จิงๆ
อ่านแล้วก็ใส่ชื่อเตรียมคอมเมนต์ทันที
แต่ก็นึกอยู่ว่าจะเขียนอะไรดี…
เลยเลื่อนไปอ่านอีกรอบ..
..
..
ตรงประโยคนั้นน่ะ … กูเห็นด้วย
นักเขียนมือทอง…. อิอิ
การทำงาน ของ พี่ก้อง…
คือการ เพิ่ม ความสุขให้แก่ตนเอง?
แต่ เมว่า
มันเพิ่มความสุขให้กับคนทั้งประเทศ
รวมถึง คนที่พี่ไปพบเจอพวกเขา
มันเป็น งานที่ วิเศษ และน้อยคนนัก
ที่จะได้สัมผัสกับมัน
สู้ๆนะค่ะ
แม้ว่ามันจะ ไม่มีเวลาให้กับใคร
แต่มันคือสิ่งที่พี่รัก….และเลือกมัน..
สู้ๆค่ะเป็นกำลังใจให้
I’ve never worked in my whole life,everyday is full of happiness…..
มากมายนะ กองโต! ^^
เห็นพี่ก้องทำงานกบนอกกะลาแล้ว
มีความสุขทุกครั้งที่ได้เดินทางไปกับพี่ผ่านหน้าจอทีวี
เห็นแล้วเราอยากจะทำแบบนั้นบ้าง
ขอให้พี่มีความสุขกับงานยิ่งๆขึ้นไปนะคะ
เวลาที่พี่ขอเพิ่มอาจจะเดินทางไปพร้อมๆกับพี่แล้ว เวลาก็เป็นแค่สิ่งที่สมมติขึ้น เราว่าความสุขและสิ่งใหม่ๆ ที่ได้พบเจอต่างหากที่ทำให้เรามีเวลามากกว่าคนอื่น ขอให้เก็บเกี่ยวสิ่งที่ได้รับจากการเดินทางไว้มากๆ นะคะ
ติดตามผลงานเสมอค่ะ ดูบ้างไม่ดูบ้าง แต่ก็ติดตามอยู่เด้อ…
ว้าววว
มาแล้ววว
กำลังใจอุ่นๆ
ขอบคุณนะครับ ทุกๆ คน ^^
ถึงเราจะไม่รู้ว่า กว่าจะได้สารคดีมีความรู้ ดูสนุก พร้อม script สวยๆ แบบนั้น มันต้องใช้เวลาตากเหงื่อ หรือใช้แรงสมองมากขนาดไหน แต่อยากให้รู้ไว้ ว่ามีคนชื่นชมผลงาน นอกเหนือจากตัวเนื้องานที่ออกมาทางทีวีแล้ว ก็ยังมีพวกจุดเล็กๆต่างๆ เช่น ความอดทนรอคอยถ่ายภาพ การเดินทางที่ยากลำบาก หรือ ความเป็นธรรมชาติของตัวคุณเอง เราชื่นชมทั้งนั้นแหละ .. เราอะถึงจะอยู่มุมเล็กๆ ไกลๆ ในโลก ที่ไม่มีกบนอกกะลาออกมาให้ดูผ่านทีวี แต่โลก online สมัยนี่ก็ยังทำให้เราได้ดูรายการดีๆแบบนี้ได้อยู่ ขอบคุณ ความตั้งใจ แล้วความอดทน เราเชื่อมั่นในตัวคนทำ เพราะฉะนั้น พยามยามเข้าน้า ^^
กด like ให้ครับผม
ชื่นชมผลงาน ทั้งงานในทีวี และงานเขียนของพี่มากๆค่ะ
ถ้าโลกนี้มอบชั่วโมงที่ 25ให้กับฉัน ฉันจะแบ่งให้คุณได้ใช้ชม.ที่25 ของฉัน พักผ่อนนะ
เกรงว่าผมจะเอาไปทำงาน (หรือไม่ก็เถลไถล) อยู่ดี ฮ่าๆๆ
แต่ก็ขอบคุณนะครับ
I believe 90% of the population struggle to have a better life working without passion!!! Your words ignited and inspired those to contemplate what they have been doing and somehow they might be able to stand up doing something they are really good at and passionate for. I am doing the same thing and soon will change for my own choice of living
SALUTE!!
BIG THANKS Krub :]
ชอบ ชอบ =^___^=
ผมว่ารุ่นพี่คุณหนะพูดถูก ถ้าคุณรักบุคคลรอบข้างตัวคุณให้ได้สักเศษเสี้ยวกับที่คุณว่าคุณรักงานของคุณ คุณจะไม่มาพร่ำรำพันแบบนี้ คุณแค่ประสบความสำเร็จในงานที่คุณทำ แต่ล้มเหลวในส่วนที่เหลือ เป็นสิ่งที่คุณต้องยอมรับมัน ก็แค่นั้น มีคนแบบคุณเยอะมากในสังคม คนลักษณะนี้ที่สนิทที่สุดกับผมเลยก็คือ เพื่อนนักเรียนที่เรียนมาด้วยกัน ตอนนี้เป็นผู้บริหารระดับกลาง ถือว่าโตเร็วมากในสายงาน แต่แฟนที่คบกันมาแปดปีขอเลิก ไม่ใช่เพราะว่าเพื่อนผมมีแฟนใหม่ แต่มันไม่มีเวลาให้ และทุกอย่างในชีวิตของมันคืองาน ทำงานจนเข้าโรงพยาบาล หากผู้หญิงที่คิดจะรักเพื่อนผม ก็ต้องยอมรับข้อนี้ให้ได้ ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด จะเข้าใจ แต่รับไม่ได้
ผมอ่านบทความของคุณแล้ว ผมชอบที่สุดก็คือ ตอนที่คุณเขียนถึงคำพูดของรุ่นพี่คุณ คนเรานะครับ ใจเป็นประธาน หากใจมันคิดถึงคนอื่น ผมเชื่อว่ามันก็จะคิดถึง และมันก็จะต้องคิดว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรถ้าเราเงียบ ถ้าเราไม่โทรหา วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง คุณทานข้าวได้ นอนได้ เข้าห้องน้ำได้ คุณทำสิ่งเหล่านั้น คุณมีเวลาให้ แต่กับใจคนที่คุณว่าคุณรักนักหนา แม้เพียงหนึ่งนาที คุณก็ไม่มีให้ มันก็มีแค่สองเหตุผลแล้วครับ อันแรกคือ คุณจัดสรรเวลาไม่เป็น กับ อันที่สองก็คือ คุณไม่ได้รักเขาอย่างที่ปากคุณพูด
คุณลองนึกภาพง่ายๆนะครับ หลังจากคุณยุ่งมากทั้งวัน คุณตัดประเด็นเรื่องทำธุระส่วนตัวออกไปทั้งหมด ก่อนเข้านอน คือเวลาที่คุณว่างที่สุดแล้ว คุณแค่ส่งเมสเซจรูปรอยยิ้มให้คนรักคุณ กดปุ่มมือถือในโทรศัพท์ไม่เกิน สามสี่ครั้ง เขาก็จะได้ความรู้สึกดีๆจากคุณแล้วครับ ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยครับ ไม่ต้องทำทุกวันก็ได้ครับ แต่ขอให้เขารู้ว่า ฉันไม่ได้ลืมเธอนะ แค่นี้เรื่องมันก็จะดีขึ้นได้เอง
ผมเป็นกำลังใจให้คุณจัดระเบียบชีวิตคุณเสียใหม่ คนเรามีทั้งยามว่างและยามยุ่ง ยามสุขและอ่อนแอ ความรักไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่คิดจะได้ก็ไปเอาจากตู้มาลวกกิน แต่มันต้องอาศัยการบ่มเพาะ เหมือนต้นไม้ที่ขาดน้ำไม่ได้ ถ้ามันขาดสักอาทิตย์มันอาจยังรอดได้ แต่ถ้าไม่หมั่นดูแลมัน มันก็ต้องแห้งเหี่ยวเฉาตายไปในที่สุด ความห่างเหินของคุณ ทำให้เกิดช่องว่างต่างๆมากมาย ถ้าเป็นพ่อแม่คุณท่านเลิกกับคุณไม่ได้อยู่แล้ว แต่ท่านก็เหงา และว้าเหว่ ท่านอาจไม่พูด เพราะความก้าวหน้าของลูกคือสิ่งที่ท่านร่วมยินดีกับคุณด้วย แต่กับคนรักมันมีอะไรมากมายสำหรับช่องว่างที่คุณสร้างขึ้นมา ไม่พูด ไม่คุย ไม่เจอ แปลความได้สารพัด ตั้งแต่ ยุ่งมาก จนถึงคุณเบื่อเขาแล้ว หรือนอกใจ ความเงียบระหว่างคนรักมันเป็นสภาวะที่ย่ำแย่ที่สุดแล้วครับ และถ้ายิ่งปล่อยให้นาน โดยใช้คำว่า ฉันยุ่ง คุณจะเสียหลายๆอย่างไป
ปรับปรุงตัวซะนะครับ งานไม่ใช่ทุกสิ่งของชีวิต ถ้าคุณรักมันมากเกินพอดี คุณก็จะเสียอย่างอื่นที่คุณรักน้อยกว่า แต่จริงๆแล้วมันสำคัญ สิ่งที่คุณเผชิญอยู่ มันเป็นภาวะที่เรียกร้องความเห็นใจจากคนอื่น แต่ไม่เคยคิดว่าคนอื่นเขาเองก็เรียกร้องอะไรจากคุณเช่นกัน ในเมื่อคุณปิดประตูเสียแล้วว่า ฉันให้ไม่ได้ เพราะฉันยุ่ง ในเมื่อเติมเต็มให้กันและกันไม่ได้ จงยอมรับสภาพอย่างกล้าหาญครับ
ขอบคุณมากนะครับ ที่อุตส่าห์อดทนอ่านบทความ “ภาวะที่เรียกร้องความเห็นใจจากคนอื่น” ที่แสนน่าหมั่นใส้ของผมจนจบ
อดทนอ่านจนจบแล้ว ยังมีความมุ่งมั่นที่จะให้กำลังใจ กระตุ้น ปลุกใจให้ผม “ปรับปรุงตัว” ด้วยคำแนะนำมากมาย
โดยรวมแล้วผมค่อนข้างเห็นด้วยกับทุกๆ ข้อกล่าวหาครับ ทั้ง “จัดสรรเวลาไม่เป็น และ การไม่ได้รักเขาอย่างที่ปากพูด” เรียกได้ว่าแทงใจดำเต็มๆ ครับ
ตอนนี้ชีวิตผมกำลังดำผุดดำว่ายอยู่กับวัฎจักร งานงานงาน ด้วยความ “เห็นแก่ตัว”
โดยไม่แยแสคนที่รักเรา ไม่ดูแลเอาใจใส่
“งานไม่ใช่ทุกสิ่งในชีวิต” แต่งานก็สำคัญต่อชีวิตครับ ชีวิตเรา ชีวิตเพื่อนร่วมงาน และชีวิตผู้บริโภคอีกนับล้าน…
น่าสมเพชที่ ณ วินาทีนี้ผมยังคงทำใจไม่ได้จริงๆ ที่จะปล่อยงานที่ไม่ได้ใช้ทั้งแรงสมองและแรงกายอย่างเต็มที่ ออกจากมือไป
และความสามารถก็น้อยเสียด้วย ที่จะเนรมิตร ‘งานคุณภาพ’ ให้เสร็จภายในเวลารวดเร็ว เพื่อที่จะได้ไปดูหนังฟังเพลง เดินห้างกับคนรัก หรือหันไปสร้างงานลวกๆ ชิ้นอื่นๆ ให้ปรากฏขึ้นมาบนโลกอีก แบบเน้นปริมาณแต่ขาดความปราณีตและคุณค่า
ความเห็นแก่ตัว ความบ้าอุดมการณ์(ปลอมๆ) การไม่รู้จักแยกแยะความสำคัญ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของตัวผมนี่แหละครับ ที่ทำให้ผม “เสียอย่างอื่นที่ผมรักน้อยกว่า..” ไปมากมาย
เห็นสมควร…และก็ไม่เคย “ขี้ขลาดที่จะยอมรับสภาพ” ครับ
ประสบการณ์ชีวิตน่าจะทำให้ผมหาความลงตัวในชีวิตได้ดีขึ้น รู้จักปล่อยวางและหันมาให้เวลาคนรอบข้างบ้างก่อนที่จะสายเกินไป ภาวนาอย่าให้ถลำลึกไปกว่านี้อีกเลยครับ
ขอบคุณมากๆ นะครับสำหรับคำแนะนำ และหวังว่าจะได้พูดคุยกันอีก
ปล.ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ช่วยสอนผมมากมาย แม้แต่เทคนิคการส่งเมสเสจรอยยิ้ม น่ารักจริงๆ ครับ ถึงแม้ว่า ‘การกดปุ่มสามสี่ครั้ง แต่นำมาซึ่งประโยชน์มหาศาล’ จากคำแนะนำของคุณ…
จะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่นัก จากหลายๆ ครั้งในอดีตที่ผ่านมาของผมก็ตาม :]
บางครั้งคนเรามันก็ไม่มีเวลาจริงๆนั่นเเหละ ไม่ใช่้ว่าเค้าไม่อยากมีเวลาให้ เเต่เเวลาของเค้าจำเป็นต้องเเบ่งไปให้สิ่งอื่นที่สำคัญกว่า ไม่ใช่ว่าคนคนนั้นไม่สำคัญกับเรา เเต่สิ่งที่เราทำคือความฝันของเรา ไม่รู้สิ เราอาจเป็นคนเห็นแก่ตัวมั้ง เเต่เรามีความสุขที่ทุกวันตื่นเช้าเเล้วรู้ว่าเรามีสิ่งที่เราอยากให้ทำรู้ว่าชีวิตเราอยู่เพื่ออะไร ไม่ใช่อยู่เพื่อใคร เเต่คนรักกับครอบครัวมันคนละความรู้สึกนะ ครอบครัวเราเค้าเหงาก็จริง เเต่เค้ารู้ว่าทุกวันที่เราเรียนหนักเราทำงานหนักเพื่อเค้า เค้ารู้ว่าเราเองก็เหนื่อยเเต่เค้าก็ยังยิ้มให้กำลังใจเราเเล้วบอกว่าเหนื่อยนักก็พักหน่อย เเม่รู้ว่าลูกเรียนเหนื่อยมาก เเม่เป็นห่วง เค้าไม่เคยเรียกร้องให้เราต้องโทรหาเค้าทุกวันเเม้ว่าเวลานั้นจะดึกเที่ยงคืน เค้าไม่เคยเรียกร้องว่าวันวาเลนไทน์นี้เราไปดูหนังกันนะ ทั้ง ๆที่พรุ่งนี้แปดโมงเช้าเราต้องตื่นขึ้นมาเรียน อีกไม่กี่วันก็สอบอีกล่ะ การที่เราคบกับใครบางคนเล้ว เรา ต้องลืมความเป็นตัวตนของเราไป มันไม่ใช่ความรักหรอก ถ้าหากว่าให้เราเลือกได้เราคงเลือกคนที่เค้ารักเราเพราะเราเป็นเราเเละรักในสิ่งที่เราทำ ถ้าหากว่่าเค้ารักเราเเต่เค้าไม่ได้ทราบซึ้งในสิ่งที่ิเราทำ ความสัมพันธ์คงไป
ไม่ถึงฝั่งฝัน คนคนนั้นทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องเสียสละในสิ่งที่เรารักสิ่งที่เราต้องการทำให้ดีที่สุดเพื่อเค้า มันไม่ใช่ มันคือความฝันของเรา ความสุขของเรา ทำไมเค้าไม่ชื่นชมเเละคอยให้กำลังใจเราเเทนล่ะ คนที่ไม่ได้ทำงานหนัก เรียนหนักคงไม่เข้าใจหรอกว่าคนที่เค้าเหนื่อยเเละเจอเรื่องเเย่ๆ มาทั้งวัน เค้าคงไม่มีอารมณ์สวีทกับคนรักหรอก ชีวิตจริงกับการประคับคองความสัมพันธ์มันไม่ได้เหมือนกับละครหลังข่าว มันไม่ได้แฮปปี้เอนดิ้ง ชีวิตเรายังต้องดำเนินต่อไป ยังต้องมีปัญหาเข้ามาเพื่อทดสอบความเเข็งเเกร่งของจิตใจเรา ถ้าหากต้องเอาเรื่องของเค้ามาคิดให้ปวดกบาลอีก โอย ตายกันพอดี คนไข้รอก่อน หมอขอเคลียร์ปัญหากับเเฟนแป๊ปเเบบนี้ตลกเกินไปเเระ อย่าไปคิดมากเลย ที่ร่ายมาทั้งหมดก็เเค่ความคิดเห็นเราเท่านั้น ต่างคนต่างความคิด ขอเเค่เรามีวิธีการคิดที่เราจะเเฮปปี้กับตัวเราเองทุกวันก็พอเเล้ว ไม่ต้องไปกังวลว่าคนนู้นจะคิดอย่างงั้นอย่างงี้ เเต่ถ้าอยากมีใครสักคนก็หาคนที่มันไม่ว่างเหมือนเรา555++เราจะได้ไม่ต้องห่วงว่าเค้าจะรอเราไหม เพราะเค้าเองก็ไม่ว่างเหมือนกัน ฮาได้อีก ต่างคนต่างไม่ว่าง วินวิน เข้าใจเราซะอีก ก็มันก็ไม่ว่างเหมือนเราอ่า จาได้ไม่ต้องมาเอาอารายกะตรู อ้อเเล้วที่ถามว่าเพราะยอมปล่อยให้เค้าจากไป เเปลว่าคุณไม่รักเค้าหรือ ไม่ใช่หรอก เป็นเพราะรักเค้าไงเลยปล่อยเค้าไป ไม่ยื้อเค้าไว้ ให้เค้าไปตามหาคนที่รักเค้าเเละสามารถให้เวลาเค้าได้ ส่วนคุณก็เป็นคนที่รักเค้าเเต่ไม่มีเวลาให้ เมื่อนิยามรักของคนสองคนไม่ตรงกัน มันก็คงถึงเวลาที่ต่างคนต่างต้องตามหานิยามรักใหม่ที่เราต้องการ เราชอบฟังเพลงรักคนธรรมดา ไม่ใช่เจ้าชาย เเล้วก็ตัดใจ ฟังสามเพลงนี้จะทำให้เข้าใจชีวิตได้ดียิ่งขึ้น ในเมื่อเค้าให้เราเลือกอย่างหนึ่งเลือกสิ่งที่รักล่ะกัน อย่างน้อยจะได้ไม่ต้องเสียใจถ้าหากเลือกเค้าเเล้ววันนึงเค้าไม่ใช่อย่างที่เราคิดไว้ ให้เจ็บตอนนี้ดีกว่าปล่อยให้เค้ารอเรา เพราะชีวิตเราเองมันก็ยังคงดำเนินต่อไปแบบนี้จนกว่าเราจะตาย ไม่เสียใจที่ต้องเสียเค้าไป เพราะทุกเรื่องที่เกิดขึ้นกับเรามันก็ล้วนเเล้วเเต่เป็นเรื่ิองดีทั้งนั้น เพียงเเต่ว่าตอนนั้นเราอาจจะยังมองมันในเเง่มุมดีดีไม่เจอ มีความสุขกับตัวเองคือสิ่งที่ดีที่สุดเเล้ว^^